
ช่วงนี้ทั่วโลกรวมทั้งเมืองไทย เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายรูปแบบ อย่างหนึ่งที่โดนกันแทบทุกปี ไม่เลือกว่าเป็นต่างจังหวัดหรือกรุงเทพฯ ก็คือน้ำท่วม อย่างเบาะๆ ก็แค่ระบายไม่ทัน ท่วมขังอยู่สักพัก พอให้การจราจรเป็นอัมพาตแล้วก็หายท่วม หนักหน่อยมักเกิดในต่างจังหวัดคือ น้ำป่าไหลหลากเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว เสียหายกันทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ปีนี้เมืองไทยก็มีข่าวน้ำท่วมให้ เห็นกันบ่อยๆ ในภาพข่าวเห็นรถลอยไปตามน้ำ หรือบางคันก็จมน้ำโผล่มาแค่หลังคาเกิดเป็นคำถามว่า...หลังจากน้ำลดระดับลง แล้ว รถเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน?
ตอบได้ทันทีว่า ส่วนหนึ่งเจ้าของรถบูรณะไว้ใช้งานต่อแต่ก็มีรถที่ถูกน้ำท่วมจำนวนไม่น้อยที่แปรสภาพไปเป็น ‘รถมือสอง’ และ ‘กระจายไปตามเต็นท์รถต่างๆ’ โดยเฉพาะในจังหวัดใกล้เคียง ทำให้ผู้ที่กำลังจะซื้อรถมือสองมีโอกาสเจอรถมือสองที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งอาจมีปัญหาจุกจิกตามมาแบบไม่รู้จบ
เป็น การยากที่จะระบุความเสียหายของรถที่ถูกน้ำท่วมแบบเฉพาะเจาะจง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วน้ำจะสร้างความเสียหายให้ระบบหลัก ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้รถมีปัญหาตลอดอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ เช่น ระบบอิเล็กทรอนิกส์ลัดวงจร, ระบบหล่อลื่นมีการปนเปื้อน และระบบกลไกขัดข้อง ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่สามารถสังเกตจากภายนอกได้ บางอาการเช่นสนิมอาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะเริ่มแผลงฤทธ
หลังจากรถแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน หนึ่งในปัญหาหลักที่มักเกิดขึ้นคือ ‘เชื้อรา’ โดยจะเริ่มเผยโฉมหน้าเมื่อเบาะและพรมปูพื้นเริ่มจะแห้งหมาดๆ สิ่งที่มาพร้อมเชื้อราคือกลิ่นเหม็นอับ ซึ่งยากที่จะขจัดให้หมดไปอย่างสมบูรณ์
ที่สำคัญ น้ำท่วมนับเป็นภัยธรรมชาติที่ ‘กรมธรรม์ประกันรถ ยกเว้นไว้ ไม่คุ้มครอง’ เจ้าของต้องรับภาระค่าซ่อมเอง ซ่อมเสร็จแล้วก็ไม่ค่อยได้ดี จึงตัดสินใจขายเป็นรถมือสอง
ผู้ที่กำลังจะซื้อรถมือสอง เมื่อรู้อย่างนี้ก็ต้องหาวิธีดูรถมือสองที่ถูกน้ำท่วมเพื่อแก้ทางกัน ซึ่งมีวิธีง่ายๆ ดังนี้
• เปิดดูใต้พรมว่ามีรอยเปียกชื้นหรือขี้โคลนหรือไม่
• ตรวจสอบหัวนอตยึดเบาะว่ามีร่องรอยถูกถอดหรือไม่ เพราะถ้าจะทำความสะอาดหรือทำให้พรมแห้ง ต้องถอดเบาะออก
• ตรวจสอบระบบไฟส่องสว่าง รวมทั้งหลอดไฟและโคมไฟ ซึ่งอาจมีคราบน้ำอยู่ภายในบริเวณเลนส์หรือจานฉาย
• ให้ความสนใจเป็นพิเศษในจุดที่ ‘ยากต่อการทำความสะอาด’ เช่น ผนังห้องเครื่อง อาจมีคราบน้ำโคลนหรือเศษทรายติดอยู่
• สำรวจหาโคลนหรือฝุ่นทรายในที่เท้าแขน หรือตามซอกแผงหน้าปัด หรือในซอกเล็กซอกน้อยที่ทำความสะอาดได้ยากในจุดอับที่น้ำระเหยได้ช้า อาจเห็นคราบน้ำติดอยู่
• สังเกตหัวนอตยึดต่างๆ ว่าไม่ได้ผ่านการทำสีใหม่ ไม่มีรอยถลอกหรือรอยเยินจากการถอด-ใส่ ที่สำคัญต้องไม่มีคราบสนิมเกาะ
• ตรวจสอบจุกพลาสติกสำหรับระบายน้ำ บริเวณด้านล่างของบานประตู ถ้าพบว่ามีร่องรอยการถอด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า...รถคันนี้อาจถูกน้ำท่วมมาแล้ว และถ้าไม่เกรงใจพนักงานขาย ก็ให้ถอดแผงประตูออก ถ้าเป็นรถที่ถูกน้ำท่วมมาจริงๆ ก็จะเห็นร่องรอยได้ชัดขึ้น
ถ้าไม่รีบ ร้อนใช้รถจริงๆ ควรรอให้พ้นช่วงน้ำท่วมไปสักระยะ ให้รถน้ำท่วมหมดไปจากตลาดรถมือสองเสียก่อน ระหว่างรอก็ทบทวนบทความนี้ไปพลางๆ เมื่อถึงเวลาก็ไปเดินเลือกซื้อรถมือสองได้อย่างมั่นใจ ซื้อรถมาแล้วก็อย่าลืมภาวนา ‘ปีหน้าขอให้น้ำไม่ท่วม’
บทความจาก Thaidriver Online Magazine www.thaidriver.com














